{"rows":[{"law_status_id":null,"is_announce":false,"announce_url":null,"simple_url_video":null,"tableoflaw_name":"พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พุทธศักราช 2481","foreword":"","foreword_process":"","law_id":"11083","annouce_date":"1938-03-19T17:00:00.000Z","content_all":null,"table_of_law_id":8695,"law_name_og":"พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พุทธศักราช 2481","law_name_th":"พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พุทธศักราช 2481","effective_startdate":"1938-03-19T17:00:00.000Z","effective_enddate":null,"effective_type":"1","effective_day":0,"category_id":"33,27","simple_description":null,"agency_response":"274","hirachy_of_law_id":1,"is_like":false,"law_content_type":null,"law_content_hirachy_of_law_id":"0","law_content_tableoflaw_id":"0","law_content_law_id":"0","law_content_name":null,"content_list":[{"id":"304132","law_id":"11083","content_type":"ชื่อกฎหมาย","content_number":"","content_name":"","content_desc":"<p>พระราชบัญญัติ ว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พุทธศักราช ๒๔๘๑</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":1,"footnote_list":[]},{"id":"304133","law_id":"11083","content_type":"พระปรมาภิไธย","content_number":"","content_name":"","content_desc":"<p>ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐) อาทิตย์ทิพอาภา พล.อ. เจ้าพระยาพิชเยนทรโยธิน ตราไว้ ณ วันที่ ๑๐ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๘๑ เป็นปีที่ ๕ ในรัชกาลปัจจุบัน</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":2,"footnote_list":[]},{"id":"304134","law_id":"11083","content_type":"คำปรารภ","content_number":"","content_name":"","content_desc":"<p>โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรตราพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":3,"footnote_list":[]},{"id":"304135","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"1","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พุทธศักราช ๒๔๘๑”</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":4,"footnote_list":[]},{"id":"304136","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"2","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๒ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":5,"footnote_list":[]},{"id":"304137","law_id":"11083","content_type":"ภาค","content_number":"1","content_name":"","content_desc":"<p>ภาค ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":6,"footnote_list":[]},{"id":"304138","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"3","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๓ เมื่อใดไม่มีบทบัญญัติในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นใดแห่งประเทศไทยที่จะยกมาปรับกับกรณีขัดกันแห่งกฎหมายได้ ให้ใช้กฎเกณฑ์ทั่วไปแห่งกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":7,"footnote_list":[]},{"id":"304139","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"4","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๔ ถ้าจะต้องใช้กฎหมายต่างประเทศบังคับและตามกฎหมายต่างประเทศนั้น กฎหมายที่จะใช้บังคับได้แก่กฎหมายแห่งประเทศไทย ให้ใช้กฎหมายภายในแห่งประเทศไทยบังคับ มิใช่กฎเกณฑ์แห่งกฎหมายไทยว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":8,"footnote_list":[]},{"id":"304140","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"5","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๕ ถ้าจะต้องใช้กฎหมายต่างประเทศบังคับ ให้ใช้กฎหมายนั้นเพียงที่ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนแห่งประเทศไทย</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":9,"footnote_list":[]},{"id":"304141","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"6","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๖ ถ้าจะต้องใช้กฎหมายสัญชาติบังคับ และบุคคลมีสัญชาติตั้งแต่สองสัญชาติขึ้นไปอันได้รับมาเป็นลำดับ ให้ใช้กฎหมายสัญชาติที่บุคคลนั้นได้รับครั้งสุดท้ายบังคับ ถ้าจะต้องใช้กฎหมายสัญชาติบังคับ และบุคคลมีสัญชาติตั้งแต่สองสัญชาติขึ้นไปอันได้รับมาคราวเดียวกัน</p><p>ให้ใช้กฎหมายสัญชาติของประเทศซึ่งบุคคลนั้นมีภูมิลำเนาอยู่บังคับ ถ้าบุคคลนั้นมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศอื่นนอกจากประเทศซึ่งตนมีสัญชาติสังกัดอยู่ ให้ใช้กฎหมายภูมิลำเนาในเวลายื่นฟ้องบังคับ ถ้าภูมิลำเนาของบุคคลนั้นไม่ปรากฏ ให้ใช้กฎหมายของประเทศซึ่งบุคคลนั้นมีถิ่นที่อยู่บังคับ ในกรณีใด ๆ</p><p>ที่มีการขัดกันในเรื่องสัญชาติของบุคคล ถ้าสัญชาติหนึ่งสัญชาติใดซึ่งขัดกันนั้นเป็นสัญชาติไทย กฎหมายสัญชาติซึ่งจะใช้บังคับได้แก่กฎหมายแห่งประเทศไทย สำหรับบุคคลผู้ไร้สัญชาติ ให้ใช้กฎหมายภูมิลำเนาของบุคคลนั้นบังคับ ถ้าภูมิลำเนาของบุคคลนั้นไม่ปรากฏ ให้ใช้กฎหมายของประเทศซึ่งบุคคลนั้นมีถิ่นที่อยู่บังคับ</p><p>ถ้าในการใช้กฎหมายสัญชาติบังคับ จะต้องใช้กฎหมายท้องถิ่น กฎหมายเหล่าประชาคม หรือกฎหมายศาสนา แล้วแต่กรณี ก็ให้ใช้กฎหมายเช่นว่านั้นบังคับ</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":10,"footnote_list":[]},{"id":"304142","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"7","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๗ ในกรณีมีที่การขัดกันในเรื่องสัญชาติของนิติบุคคล สัญชาติของนิติบุคคลนั้นได้แก่สัญชาติแห่งประเทศซึ่งนิติบุคคลนั้นมีถิ่นที่สำนักงานแห่งใหญ่หรือที่ตั้งทำการแห่งใหญ่</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":11,"footnote_list":[]},{"id":"304143","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"8","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๘ ในกรณีที่จะต้องใช้กฎหมายต่างประเทศบังคับ ถ้ามิได้พิสูจน์กฎหมายนั้นให้เป็นที่พอใจแก่ศาล ให้ใช้กฎหมายภายในแห่งประเทศไทย</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":12,"footnote_list":[]},{"id":"304144","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"9","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๙ นอกจากจะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นใดแห่งประเทศไทย ความสมบูรณ์เนื่องด้วยแบบแห่งนิติกรรมย่อมเป็นไปตามกฎหมายของประเทศที่นิติกรรมนั้นได้ทำขึ้น อย่างไรก็ดี กฎหมายของประเทศที่ทรัพย์สินตั้งอยู่ย่อมใช้บังคับแก่แบบที่จำเป็นเพื่อความสมบูรณ์แห่งสัญญา เอกสาร</p><p>หรือนิติกรรมอื่น ๆ เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":13,"footnote_list":[]},{"id":"304145","law_id":"11083","content_type":"ภาค","content_number":"2","content_name":"","content_desc":"<p>ภาค ๒ สถานะและความสามารถของบุคคล</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":14,"footnote_list":[]},{"id":"304146","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"10","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๑๐ ความสามารถและความไร้ความสามารถของบุคคลย่อมเป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของบุคคลนั้น แต่ถ้าคนต่างด้าวทำนิติกรรมในประเทศไทย ซึ่งตามกฎหมายสัญชาติ คนต่างด้าวนั้นย่อมจะไร้ความสามารถหรือมีความสามารถอันจำกัดสำหรับนิติกรรมนั้น</p><p>ให้ถือว่าบุคคลนั้นมีความสามารถทำนิติกรรมนั้นได้เพียงเท่าที่จะมีความสามารถตามกฎหมายไทย ความในวรรคนี้ไม่ใช้แก่นิติกรรมตามกฎหมายครอบครัวและกฎหมายมรดก ในกรณีที่เป็นนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ความสามารถของบุคคลที่จะทำนิติกรรมเช่นว่านั้นย่อมเป็นไปตามกฎหมายแห่งถิ่นที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":15,"footnote_list":[]},{"id":"304147","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"11","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๑๑ ถ้าคนต่างด้าวในประเทศไทยได้ไปเสียจากภูมิลำเนาและถิ่นที่อยู่ตามเงื่อนไข ซึ่งระบุไว้ในมาตรา ๕๓ และ ๕๔ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การที่ศาลไทยจะสั่งการให้ทำพลางตามที่จำเป็นนั้น ให้เป็นไปตามกฎหมายไทย คำสั่งให้คนต่างด้าวดังกล่าวแล้วเป็นคนสาบสูญ</p><p>และผลแห่งคำสั่งนั้นเท่าที่ไม่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทยก็ให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของคนต่างด้าวนั้น</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":16,"footnote_list":[]},{"id":"304148","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"12","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๑๒ เหตุที่ศาลไทยจะสั่งให้คนต่างด้าวซึ่งมีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยอยู่ในความอนุบาล หรืออยู่ในความพิทักษ์ได้นั้น ให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของบุคคลนั้น อย่างไรก็ดี มิให้ศาลไทยสั่งให้บุคคลเช่นว่านั้นอยู่ในความอนุบาล หรืออยู่ในความพิทักษ์ โดยอาศัยเหตุซึ่งกฎหมายไทยมิได้ยอมให้กระทำ</p><p>ผลของการให้อยู่ในความอนุบาลหรือให้อยู่ในความพิทักษ์ดังกล่าวแล้ว ให้เป็นไปตามกฎหมายของประเทศซึ่งศาลที่สั่งให้บุคคลเช่นว่านั้นเป็นผู้ไร้ความสามารถหรือเป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถสังกัดอยู่</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":17,"footnote_list":[]},{"id":"304149","law_id":"11083","content_type":"ภาค","content_number":"3","content_name":"","content_desc":"<p>ภาค ๓ หนี้</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":18,"footnote_list":[]},{"id":"304150","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"13","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๑๓ ปัญหาว่าจะพึงใช้กฎหมายใดบังคับสำหรับสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญ หรือผลแห่งสัญญานั้น ให้วินิจฉัยตามเจตนาของคู่กรณี ในกรณีที่ไม่อาจหยั่งทราบเจตนาชัดแจ้งหรือโดยปริยายได้ ถ้าคู่สัญญามีสัญชาติอันเดียวกัน กฎหมายที่จะใช้บังคับ ก็ได้แก่กฎหมายสัญชาติอันร่วมกันแห่งคู่สัญญา</p><p>ถ้าคู่สัญญาไม่มีสัญชาติอันเดียวกัน ก็ให้ใช้กฎหมายแห่งถิ่นที่สัญญานั้นได้ทำขึ้น ถ้าสัญญานั้นได้ทำขึ้นระหว่างบุคคลซึ่งอยู่ห่างกันโดยระยะทาง ถิ่นที่ถือว่าสัญญานั้นได้เกิดเป็นสัญญาขึ้นคือถิ่นที่คำบอกกล่าวสนองไปถึงผู้เสนอ ถ้าไม่อาจหยั่งทราบถิ่นที่ว่านั้นได้</p><p>ก็ให้ใช้กฎหมายแห่งถิ่นที่จะพึงปฏิบัติตามสัญญานั้น สัญญาย่อมไม่เป็นโมฆะ ถ้าได้ทำถูกต้องตามแบบอันกำหนดไว้ในกฎหมายซึ่งใช้บังคับแก่ผลแห่งสัญญานั้น</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":19,"footnote_list":[]},{"id":"304151","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"14","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๑๔ หนี้ซึ่งเกิดจากการจัดการงานนอกสั่ง หรือลาภมิควรได้ ให้บังคับตามกฎหมายแห่งถิ่นที่ข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุให้เกิดหนี้นั้นได้เกิดขึ้น</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":20,"footnote_list":[]},{"id":"304152","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"15","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๑๕ หนี้ซึ่งเกิดจากการละเมิด ให้บังคับตามกฎหมายแห่งถิ่นที่ข้อเท็จจริงซึ่งทำให้เป็นการละเมิดนั้นได้เกิดขึ้น ความในวรรคก่อนไม่ใช้แก่บรรดาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ ซึ่งไม่เป็นการละเมิดตามกฎหมายไทย กรณีจะเป็นอย่างไรก็ตาม ฝ่ายที่ต้องเสียหายจะเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน</p><p>หรือทางแก้อย่างใดไม่ได้นอกจากที่กฎหมายไทยยอมให้เรียกร้องได้</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":21,"footnote_list":[]},{"id":"304153","law_id":"11083","content_type":"ภาค","content_number":"4","content_name":"","content_desc":"<p>ภาค ๔ ทรัพย์</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":22,"footnote_list":[]},{"id":"304154","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"16","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๑๖ ให้ใช้กฎหมายแห่งถิ่นที่ทรัพย์สินตั้งอยู่บังคับแก่สังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ดี ในกรณีการส่งสังหาริมทรัพย์ออกนอกประเทศ ให้ใช้กฎหมายสัญชาติของเจ้าของทรัพย์บังคับแก่ทรัพย์นั้นตั้งแต่เวลาส่งทรัพย์ออกนอกประเทศ</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":23,"footnote_list":[]},{"id":"304155","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"17","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๑๗ สังหาริมทรัพย์ใด ๆ ซึ่งได้ย้ายที่ไปในระหว่างฟ้องคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินนั้น ให้คงบังคับตามกฎหมายแห่งถิ่นที่ทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่ในขณะยื่นฟ้อง</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":24,"footnote_list":[]},{"id":"304156","law_id":"11083","content_type":"ภาค","content_number":"5","content_name":"","content_desc":"<p>ภาค ๕ ครอบครัว</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":25,"footnote_list":[]},{"id":"304157","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"18","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๑๘ ความสามารถที่จะทำการหมั้น หรือเพิกถอนการหมั้นให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของคู่หมั้นแต่ละฝ่าย ผลของการหมั้นให้เป็นไปตามกฎหมายของประเทศซึ่งศาลที่พิจารณาและพิพากษาคดีสังกัดอยู่</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":26,"footnote_list":[]},{"id":"304158","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"19","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๑๙ เงื่อนไขแห่งการสมรสให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของคู่กรณีแต่ละฝ่าย</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":27,"footnote_list":[]},{"id":"304159","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"20","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๒๐ การสมรสซึ่งได้ทำถูกต้องตามแบบที่บัญญัติไว้ในกฎหมายแห่งประเทศที่ทำการสมรสนั้น ย่อมเป็นอันสมบูรณ์ การสมรสระหว่างคนในบังคับไทย หรือคนในบังคับไทยกับคนต่างด้าว ซึ่งได้ทำในต่างประเทศโดยถูกต้องตามแบบที่กฎหมายไทยกำหนดไว้ ย่อมเป็นอันสมบูรณ์</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":28,"footnote_list":[]},{"id":"304160","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"21","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๒๑ ถ้าคู่สมรสมีสัญชาติอันเดียวกัน หรือถ้าภริยาได้มาซึ่งสัญชาติแห่งสามีโดยการสมรส ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภริยา ให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติอันร่วมกันแห่งคู่สมรส ในกรณีที่ภริยามิได้ได้มาซึ่งสัญชาติแห่งสามีโดยการสมรส ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภริยา ให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติแห่งสามี</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":29,"footnote_list":[]},{"id":"304161","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"22","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๒๒ ถ้ามิได้มีสัญญาก่อนสมรส ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติ ถ้าสามีและภริยามีสัญชาติแตกต่างกัน ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติแห่งสามี อย่างไรก็ดี ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา ในส่วนที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นไปตามกฎหมายแห่งถิ่นที่ทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":30,"footnote_list":[]},{"id":"304162","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"23","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๒๓ ผลแห่งการสมรสดังบัญญัติไว้ในสองมาตราก่อน ย่อมไม่ถูกกระทบกระทั่ง หากว่าภายหลังการสมรสคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายได้มาซึ่งสัญชาติแตกต่างกับที่มีอยู่หรือที่ได้มาขณะทำการสมรส</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":31,"footnote_list":[]},{"id":"304163","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"24","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๒๔ ในส่วนที่เกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา ถ้าทำสัญญาก่อนสมรส ความสามารถที่จะทำสัญญาให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติแห่งคู่สัญญาแต่ละฝ่าย</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":32,"footnote_list":[]},{"id":"304164","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"25","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๒๕ ถ้าคู่สัญญามีสัญชาติอันเดียวกัน สิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญและผลแห่งสัญญาก่อนสมรส ให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติอันร่วมกันแห่งคู่สัญญา ถ้าคู่สัญญาไม่มีสัญชาติอันเดียวกัน สิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญและผลแห่งสัญญาก่อนสมรสเช่นว่านั้น ให้เป็นไปตามกฎหมายซึ่งคู่สัญญาเจตนา</p><p>หรือพึงสันนิษฐานได้ว่าได้มีเจตนาที่จะยอมอยู่ใต้บังคับแห่งกฎหมายนั้น ถ้าไม่มีเจตนาเช่นว่านี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายแห่งประเทศที่คู่สมรสตั้งภูมิลำเนาครั้งแรกหลังจากการสมรส อย่างไรก็ดี ในส่วนที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ให้เป็นไปตามกฎหมายแห่งถิ่นที่ทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":33,"footnote_list":[]},{"id":"304165","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"26","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๒๖ การหย่าโดยความยินยอมย่อมสมบูรณ์ ถ้ากฎหมายสัญชาติแห่งสามีและภริยาทั้งสองฝ่ายยอมให้กระทำได้</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":34,"footnote_list":[]},{"id":"304166","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"27","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๒๗ ศาลไทยจะไม่พิพากษาให้หย่ากัน เว้นแต่กฎหมายสัญชาติแห่งสามีและภริยาทั้งสองฝ่ายยอมให้หย่าได้ เหตุหย่า ให้เป็นไปตามกฎหมายแห่งถิ่นที่ยื่นฟ้องหย่า</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":35,"footnote_list":[]},{"id":"304167","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"28","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๒๘ การเพิกถอนการสมรส ให้เป็นไปตามกฎหมายซึ่งใช้บังคับแก่เงื่อนไขแห่งการสมรส อย่างไรก็ดี ความสำคัญผิด กลฉ้อฉล หรือการข่มขู่อันจะเป็นเหตุให้เพิกถอนการสมรส ให้เป็นไปตามกฎหมายแห่งถิ่นที่ได้กระทำการสมรส</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":36,"footnote_list":[]},{"id":"304168","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"29","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๒๙ การเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติแห่งสามีของมารดาในขณะที่บุตรนั้นเกิด ถ้าหากในขณะที่กล่าวนั้น สามีได้ถึงแก่ความตายเสียแล้ว ก็ให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของสามีในขณะที่ถึงแก่ความตาย ให้ใช้กฎหมายเช่นเดียวกันบังคับการฟ้องคดีไม่รับเด็กเป็นบุตร</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":37,"footnote_list":[]},{"id":"304169","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"30","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๓๐ สิทธิและหน้าที่ระหว่างบิดามารดากับบุตรชอบด้วยกฎหมาย ให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของบิดา ในกรณีที่เด็กเกิดจากหญิงที่มิได้มีการสมรสกับชาย สิทธิและหน้าที่ระหว่างมารดากับบุตร ให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของมารดา</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":38,"footnote_list":[]},{"id":"304170","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"31","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๓๑ การรับเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย ให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของบิดาในขณะที่รับเป็นบุตร ถ้าหากในขณะนั้นบิดาได้ถึงแก่ความตายเสียแล้ว ก็ให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของบิดาขณะที่ถึงแก่ความตาย</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":39,"footnote_list":[]},{"id":"304171","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"32","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๓๒ กรณีที่จะจัดผู้เยาว์ซึ่งไม่มีบิดามารดาใช้อำนาจปกครอง ให้อยู่ในความปกครองก็ดี หน้าที่และอำนาจของผู้ปกครองก็ดี กรณีที่ความปกครองสิ้นสุดลงก็ดี ให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของผู้เยาว์ แต่ในส่วนที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ อำนาจของผู้ปกครองที่จะจัดการกับทรัพย์สินเช่นว่านั้น</p><p>ให้เป็นไปตามกฎหมายแห่งถิ่นที่ทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่ ส่วนผู้เยาว์ซึ่งมีสัญชาติต่างประเทศ และมีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย จะจัดให้อยู่ในความปกครองตามกฎหมายไทยก็ได้ ถ้าปรากฏจากพฤติการณ์แห่งกรณีว่า ตามองค์การและระเบียบจัดการแห่งความปกครองซึ่งบัญญัติไว้ในกฎหมายต่างประเทศนั้น</p><p>ไม่เป็นอันคุ้มครองประโยชน์ได้เสียของผู้เยาว์ให้เป็นผลตามสมควรได้</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":40,"footnote_list":[]},{"id":"304172","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"33","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๓๓ การถอนอำนาจปกครอง ให้เป็นไปตามกฎหมายของประเทศซึ่งศาลที่สั่งถอนอำนาจปกครองสังกัดอยู่</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":41,"footnote_list":[]},{"id":"304173","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"34","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๓๔ สิทธิที่จะฟ้องบุพการีเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา ให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของผู้สืบสันดาน</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":42,"footnote_list":[]},{"id":"304174","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"35","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๓๕ ถ้าผู้รับบุตรบุญธรรม และบุตรบุญธรรมมีสัญชาติอันเดียวกัน การรับบุตรบุญธรรม ให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของบุคคลนั้น ๆ ถ้าผู้รับบุตรบุญธรรม และบุตรบุญธรรมมีสัญชาติแตกต่างกัน ความสามารถและเงื่อนไขแห่งการรับบุตรบุญธรรมให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของคู่กรณีแต่ละฝ่าย</p><p>แต่ผลแห่งการรับบุตรบุญธรรมระหว่างผู้รับบุตรบุญธรรมกับบุตรบุญธรรม ให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของผู้รับบุตรบุญธรรม สิทธิและหน้าที่ระหว่างบุตรบุญธรรมกับครอบครัวของตนตามกำเนิดนั้น ให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของบุตรบุญธรรม</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":43,"footnote_list":[]},{"id":"304175","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"36","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๓๖ หน้าที่อุปการะเลี้ยงดู ให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของบุคคลซึ่งถูกเรียกร้องให้อุปการะเลี้ยงดู อย่างไรก็ดี บุคคลผู้มีสิทธิเรียกร้องค่าอุปการะเลี้ยงดูจะเรียกร้องเกินกว่าที่กฎหมายไทยอนุญาตไม่ได้</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":44,"footnote_list":[]},{"id":"304176","law_id":"11083","content_type":"ภาค","content_number":"6","content_name":"","content_desc":"<p>ภาค ๖ มรดก</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":45,"footnote_list":[]},{"id":"304177","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"37","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๓๗ มรดกเท่าที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ให้เป็นไปตามกฎหมายแห่งถิ่นที่ทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":46,"footnote_list":[]},{"id":"304178","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"38","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๓๘ ในส่วนที่เกี่ยวกับสังหาริมทรัพย์ มรดกโดยสิทธิโดยธรรม หรือโดยพินัยกรรม ให้เป็นไปตามกฎหมายภูมิลำเนาของเจ้ามรดกในขณะที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":47,"footnote_list":[]},{"id":"304179","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"39","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๓๙ ความสามารถของบุคคลที่จะทำพินัยกรรม ให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติในขณะที่ทำพินัยกรรม</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":48,"footnote_list":[]},{"id":"304180","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"40","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๔๐ บุคคลจะทำพินัยกรรมตามแบบที่กฎหมายสัญชาติกำหนดไว้ก็ได้ หรือจะทำตามแบบที่กฎหมายของประเทศที่ทำพินัยกรรมกำหนดไว้ก็ได้</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":49,"footnote_list":[]},{"id":"304181","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"41","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๔๑ ผลและการตีความพินัยกรรมก็ดี ความเสียเปล่าแห่งพินัยกรรม หรือข้อกำหนดพินัยกรรมก็ดี ให้เป็นไปตามกฎหมายภูมิลำเนาของผู้ทำพินัยกรรมในขณะที่ผู้ทำพินัยกรรมถึงแก่ความตาย</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":50,"footnote_list":[]},{"id":"304182","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"42","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๔๒ การเพิกถอนพินัยกรรมหรือข้อกำหนดในพินัยกรรม ให้เป็นไปตามกฎหมายภูมิลำเนาของผู้ทำพินัยกรรมในขณะที่เพิกถอนพินัยกรรม การตกไปแห่งพินัยกรรมหรือข้อกำหนดในพินัยกรรมให้เป็นไปตามกฎหมายภูมิลำเนาของผู้ทำพินัยกรรมในขณะที่ถึงแก่ความตาย</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":51,"footnote_list":[]},{"id":"304183","law_id":"11083","content_type":"ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ","content_number":"","content_name":"","content_desc":"<p>ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":52,"footnote_list":[]}],"content_list_process":[{"id":"348800","law_id":"11083","content_type":"ชื่อกฎหมาย","content_number":"","content_name":"","content_desc":"<p>พระราชบัญญัติ ว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พุทธศักราช ๒๔๘๑</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":1,"footnote_list":[]},{"id":"348801","law_id":"11083","content_type":"พระปรมาภิไธย","content_number":"","content_name":"","content_desc":"<p>ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ (ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐) อาทิตย์ทิพอาภา พล.อ. เจ้าพระยาพิชเยนทรโยธิน ตราไว้ ณ วันที่ ๑๐ มีนาคม พุทธศักราช ๒๔๘๑ เป็นปีที่ ๕ ในรัชกาลปัจจุบัน</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":2,"footnote_list":[]},{"id":"348802","law_id":"11083","content_type":"คำปรารภ","content_number":"","content_name":"","content_desc":"<p>โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรตราพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทนราษฎร ดังต่อไปนี้</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":3,"footnote_list":[]},{"id":"348803","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"1","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พุทธศักราช ๒๔๘๑”</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":4,"footnote_list":[]},{"id":"348804","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"2","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๒ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":5,"footnote_list":[]},{"id":"348805","law_id":"11083","content_type":"ภาค","content_number":"1","content_name":"","content_desc":"<p>ภาค ๑ บทเบ็ดเสร็จทั่วไป</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":6,"footnote_list":[]},{"id":"348806","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"3","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๓ เมื่อใดไม่มีบทบัญญัติในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นใดแห่งประเทศไทยที่จะยกมาปรับกับกรณีขัดกันแห่งกฎหมายได้ ให้ใช้กฎเกณฑ์ทั่วไปแห่งกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":7,"footnote_list":[]},{"id":"348807","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"4","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๔ ถ้าจะต้องใช้กฎหมายต่างประเทศบังคับและตามกฎหมายต่างประเทศนั้น กฎหมายที่จะใช้บังคับได้แก่กฎหมายแห่งประเทศไทย ให้ใช้กฎหมายภายในแห่งประเทศไทยบังคับ มิใช่กฎเกณฑ์แห่งกฎหมายไทยว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":8,"footnote_list":[]},{"id":"348808","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"5","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๕ ถ้าจะต้องใช้กฎหมายต่างประเทศบังคับ ให้ใช้กฎหมายนั้นเพียงที่ไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนแห่งประเทศไทย</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":9,"footnote_list":[]},{"id":"348809","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"6","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๖ ถ้าจะต้องใช้กฎหมายสัญชาติบังคับ และบุคคลมีสัญชาติตั้งแต่สองสัญชาติขึ้นไปอันได้รับมาเป็นลำดับ ให้ใช้กฎหมายสัญชาติที่บุคคลนั้นได้รับครั้งสุดท้ายบังคับ ถ้าจะต้องใช้กฎหมายสัญชาติบังคับ และบุคคลมีสัญชาติตั้งแต่สองสัญชาติขึ้นไปอันได้รับมาคราวเดียวกัน</p><p>ให้ใช้กฎหมายสัญชาติของประเทศซึ่งบุคคลนั้นมีภูมิลำเนาอยู่บังคับ ถ้าบุคคลนั้นมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศอื่นนอกจากประเทศซึ่งตนมีสัญชาติสังกัดอยู่ ให้ใช้กฎหมายภูมิลำเนาในเวลายื่นฟ้องบังคับ ถ้าภูมิลำเนาของบุคคลนั้นไม่ปรากฏ ให้ใช้กฎหมายของประเทศซึ่งบุคคลนั้นมีถิ่นที่อยู่บังคับ ในกรณีใด ๆ</p><p>ที่มีการขัดกันในเรื่องสัญชาติของบุคคล ถ้าสัญชาติหนึ่งสัญชาติใดซึ่งขัดกันนั้นเป็นสัญชาติไทย กฎหมายสัญชาติซึ่งจะใช้บังคับได้แก่กฎหมายแห่งประเทศไทย สำหรับบุคคลผู้ไร้สัญชาติ ให้ใช้กฎหมายภูมิลำเนาของบุคคลนั้นบังคับ ถ้าภูมิลำเนาของบุคคลนั้นไม่ปรากฏ ให้ใช้กฎหมายของประเทศซึ่งบุคคลนั้นมีถิ่นที่อยู่บังคับ</p><p>ถ้าในการใช้กฎหมายสัญชาติบังคับ จะต้องใช้กฎหมายท้องถิ่น กฎหมายเหล่าประชาคม หรือกฎหมายศาสนา แล้วแต่กรณี ก็ให้ใช้กฎหมายเช่นว่านั้นบังคับ</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":10,"footnote_list":[]},{"id":"348810","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"7","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๗ ในกรณีมีที่การขัดกันในเรื่องสัญชาติของนิติบุคคล สัญชาติของนิติบุคคลนั้นได้แก่สัญชาติแห่งประเทศซึ่งนิติบุคคลนั้นมีถิ่นที่สำนักงานแห่งใหญ่หรือที่ตั้งทำการแห่งใหญ่</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":11,"footnote_list":[]},{"id":"348811","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"8","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๘ ในกรณีที่จะต้องใช้กฎหมายต่างประเทศบังคับ ถ้ามิได้พิสูจน์กฎหมายนั้นให้เป็นที่พอใจแก่ศาล ให้ใช้กฎหมายภายในแห่งประเทศไทย</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":12,"footnote_list":[]},{"id":"348812","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"9","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๙ นอกจากจะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในพระราชบัญญัตินี้หรือกฎหมายอื่นใดแห่งประเทศไทย ความสมบูรณ์เนื่องด้วยแบบแห่งนิติกรรมย่อมเป็นไปตามกฎหมายของประเทศที่นิติกรรมนั้นได้ทำขึ้น อย่างไรก็ดี กฎหมายของประเทศที่ทรัพย์สินตั้งอยู่ย่อมใช้บังคับแก่แบบที่จำเป็นเพื่อความสมบูรณ์แห่งสัญญา เอกสาร</p><p>หรือนิติกรรมอื่น ๆ เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":13,"footnote_list":[]},{"id":"348813","law_id":"11083","content_type":"ภาค","content_number":"2","content_name":"","content_desc":"<p>ภาค ๒ สถานะและความสามารถของบุคคล</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":14,"footnote_list":[]},{"id":"348814","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"10","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๑๐ ความสามารถและความไร้ความสามารถของบุคคลย่อมเป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของบุคคลนั้น แต่ถ้าคนต่างด้าวทำนิติกรรมในประเทศไทย ซึ่งตามกฎหมายสัญชาติ คนต่างด้าวนั้นย่อมจะไร้ความสามารถหรือมีความสามารถอันจำกัดสำหรับนิติกรรมนั้น</p><p>ให้ถือว่าบุคคลนั้นมีความสามารถทำนิติกรรมนั้นได้เพียงเท่าที่จะมีความสามารถตามกฎหมายไทย ความในวรรคนี้ไม่ใช้แก่นิติกรรมตามกฎหมายครอบครัวและกฎหมายมรดก ในกรณีที่เป็นนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ความสามารถของบุคคลที่จะทำนิติกรรมเช่นว่านั้นย่อมเป็นไปตามกฎหมายแห่งถิ่นที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":15,"footnote_list":[]},{"id":"348815","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"11","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๑๑ ถ้าคนต่างด้าวในประเทศไทยได้ไปเสียจากภูมิลำเนาและถิ่นที่อยู่ตามเงื่อนไข ซึ่งระบุไว้ในมาตรา ๕๓ และ ๕๔ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ การที่ศาลไทยจะสั่งการให้ทำพลางตามที่จำเป็นนั้น ให้เป็นไปตามกฎหมายไทย คำสั่งให้คนต่างด้าวดังกล่าวแล้วเป็นคนสาบสูญ</p><p>และผลแห่งคำสั่งนั้นเท่าที่ไม่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทยก็ให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของคนต่างด้าวนั้น</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":16,"footnote_list":[]},{"id":"348816","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"12","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๑๒ เหตุที่ศาลไทยจะสั่งให้คนต่างด้าวซึ่งมีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในประเทศไทยอยู่ในความอนุบาล หรืออยู่ในความพิทักษ์ได้นั้น ให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของบุคคลนั้น อย่างไรก็ดี มิให้ศาลไทยสั่งให้บุคคลเช่นว่านั้นอยู่ในความอนุบาล หรืออยู่ในความพิทักษ์ โดยอาศัยเหตุซึ่งกฎหมายไทยมิได้ยอมให้กระทำ</p><p>ผลของการให้อยู่ในความอนุบาลหรือให้อยู่ในความพิทักษ์ดังกล่าวแล้ว ให้เป็นไปตามกฎหมายของประเทศซึ่งศาลที่สั่งให้บุคคลเช่นว่านั้นเป็นผู้ไร้ความสามารถหรือเป็นผู้เสมือนไร้ความสามารถสังกัดอยู่</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":17,"footnote_list":[]},{"id":"348817","law_id":"11083","content_type":"ภาค","content_number":"3","content_name":"","content_desc":"<p>ภาค ๓ หนี้</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":18,"footnote_list":[]},{"id":"348818","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"13","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๑๓ ปัญหาว่าจะพึงใช้กฎหมายใดบังคับสำหรับสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญ หรือผลแห่งสัญญานั้น ให้วินิจฉัยตามเจตนาของคู่กรณี ในกรณีที่ไม่อาจหยั่งทราบเจตนาชัดแจ้งหรือโดยปริยายได้ ถ้าคู่สัญญามีสัญชาติอันเดียวกัน กฎหมายที่จะใช้บังคับ ก็ได้แก่กฎหมายสัญชาติอันร่วมกันแห่งคู่สัญญา</p><p>ถ้าคู่สัญญาไม่มีสัญชาติอันเดียวกัน ก็ให้ใช้กฎหมายแห่งถิ่นที่สัญญานั้นได้ทำขึ้น ถ้าสัญญานั้นได้ทำขึ้นระหว่างบุคคลซึ่งอยู่ห่างกันโดยระยะทาง ถิ่นที่ถือว่าสัญญานั้นได้เกิดเป็นสัญญาขึ้นคือถิ่นที่คำบอกกล่าวสนองไปถึงผู้เสนอ ถ้าไม่อาจหยั่งทราบถิ่นที่ว่านั้นได้</p><p>ก็ให้ใช้กฎหมายแห่งถิ่นที่จะพึงปฏิบัติตามสัญญานั้น สัญญาย่อมไม่เป็นโมฆะ ถ้าได้ทำถูกต้องตามแบบอันกำหนดไว้ในกฎหมายซึ่งใช้บังคับแก่ผลแห่งสัญญานั้น</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":19,"footnote_list":[]},{"id":"348819","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"14","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๑๔ หนี้ซึ่งเกิดจากการจัดการงานนอกสั่ง หรือลาภมิควรได้ ให้บังคับตามกฎหมายแห่งถิ่นที่ข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุให้เกิดหนี้นั้นได้เกิดขึ้น</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":20,"footnote_list":[]},{"id":"348820","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"15","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๑๕ หนี้ซึ่งเกิดจากการละเมิด ให้บังคับตามกฎหมายแห่งถิ่นที่ข้อเท็จจริงซึ่งทำให้เป็นการละเมิดนั้นได้เกิดขึ้น ความในวรรคก่อนไม่ใช้แก่บรรดาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ ซึ่งไม่เป็นการละเมิดตามกฎหมายไทย กรณีจะเป็นอย่างไรก็ตาม ฝ่ายที่ต้องเสียหายจะเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน</p><p>หรือทางแก้อย่างใดไม่ได้นอกจากที่กฎหมายไทยยอมให้เรียกร้องได้</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":21,"footnote_list":[]},{"id":"348821","law_id":"11083","content_type":"ภาค","content_number":"4","content_name":"","content_desc":"<p>ภาค ๔ ทรัพย์</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":22,"footnote_list":[]},{"id":"348822","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"16","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๑๖ ให้ใช้กฎหมายแห่งถิ่นที่ทรัพย์สินตั้งอยู่บังคับแก่สังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ดี ในกรณีการส่งสังหาริมทรัพย์ออกนอกประเทศ ให้ใช้กฎหมายสัญชาติของเจ้าของทรัพย์บังคับแก่ทรัพย์นั้นตั้งแต่เวลาส่งทรัพย์ออกนอกประเทศ</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":23,"footnote_list":[]},{"id":"348823","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"17","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๑๗ สังหาริมทรัพย์ใด ๆ ซึ่งได้ย้ายที่ไปในระหว่างฟ้องคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินนั้น ให้คงบังคับตามกฎหมายแห่งถิ่นที่ทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่ในขณะยื่นฟ้อง</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":24,"footnote_list":[]},{"id":"348824","law_id":"11083","content_type":"ภาค","content_number":"5","content_name":"","content_desc":"<p>ภาค ๕ ครอบครัว</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":25,"footnote_list":[]},{"id":"348825","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"18","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๑๘ ความสามารถที่จะทำการหมั้น หรือเพิกถอนการหมั้นให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของคู่หมั้นแต่ละฝ่าย ผลของการหมั้นให้เป็นไปตามกฎหมายของประเทศซึ่งศาลที่พิจารณาและพิพากษาคดีสังกัดอยู่</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":26,"footnote_list":[]},{"id":"348826","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"19","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๑๙ เงื่อนไขแห่งการสมรสให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของคู่กรณีแต่ละฝ่าย</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":27,"footnote_list":[]},{"id":"348827","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"20","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๒๐ การสมรสซึ่งได้ทำถูกต้องตามแบบที่บัญญัติไว้ในกฎหมายแห่งประเทศที่ทำการสมรสนั้น ย่อมเป็นอันสมบูรณ์ การสมรสระหว่างคนในบังคับไทย หรือคนในบังคับไทยกับคนต่างด้าว ซึ่งได้ทำในต่างประเทศโดยถูกต้องตามแบบที่กฎหมายไทยกำหนดไว้ ย่อมเป็นอันสมบูรณ์</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":28,"footnote_list":[]},{"id":"348828","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"21","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๒๑ ถ้าคู่สมรสมีสัญชาติอันเดียวกัน หรือถ้าภริยาได้มาซึ่งสัญชาติแห่งสามีโดยการสมรส ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภริยา ให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติอันร่วมกันแห่งคู่สมรส ในกรณีที่ภริยามิได้ได้มาซึ่งสัญชาติแห่งสามีโดยการสมรส ความสัมพันธ์ระหว่างสามีภริยา ให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติแห่งสามี</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":29,"footnote_list":[]},{"id":"348829","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"22","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๒๒ ถ้ามิได้มีสัญญาก่อนสมรส ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติ ถ้าสามีและภริยามีสัญชาติแตกต่างกัน ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติแห่งสามี อย่างไรก็ดี ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา ในส่วนที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ให้เป็นไปตามกฎหมายแห่งถิ่นที่ทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":30,"footnote_list":[]},{"id":"348830","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"23","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๒๓ ผลแห่งการสมรสดังบัญญัติไว้ในสองมาตราก่อน ย่อมไม่ถูกกระทบกระทั่ง หากว่าภายหลังการสมรสคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายได้มาซึ่งสัญชาติแตกต่างกับที่มีอยู่หรือที่ได้มาขณะทำการสมรส</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":31,"footnote_list":[]},{"id":"348831","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"24","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๒๔ ในส่วนที่เกี่ยวกับทรัพย์สินระหว่างสามีภริยา ถ้าทำสัญญาก่อนสมรส ความสามารถที่จะทำสัญญาให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติแห่งคู่สัญญาแต่ละฝ่าย</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":32,"footnote_list":[]},{"id":"348832","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"25","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๒๕ ถ้าคู่สัญญามีสัญชาติอันเดียวกัน สิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญและผลแห่งสัญญาก่อนสมรส ให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติอันร่วมกันแห่งคู่สัญญา ถ้าคู่สัญญาไม่มีสัญชาติอันเดียวกัน สิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญและผลแห่งสัญญาก่อนสมรสเช่นว่านั้น ให้เป็นไปตามกฎหมายซึ่งคู่สัญญาเจตนา</p><p>หรือพึงสันนิษฐานได้ว่าได้มีเจตนาที่จะยอมอยู่ใต้บังคับแห่งกฎหมายนั้น ถ้าไม่มีเจตนาเช่นว่านี้ ให้เป็นไปตามกฎหมายแห่งประเทศที่คู่สมรสตั้งภูมิลำเนาครั้งแรกหลังจากการสมรส อย่างไรก็ดี ในส่วนที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ให้เป็นไปตามกฎหมายแห่งถิ่นที่ทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":33,"footnote_list":[]},{"id":"348833","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"26","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๒๖ การหย่าโดยความยินยอมย่อมสมบูรณ์ ถ้ากฎหมายสัญชาติแห่งสามีและภริยาทั้งสองฝ่ายยอมให้กระทำได้</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":34,"footnote_list":[]},{"id":"348834","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"27","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๒๗ ศาลไทยจะไม่พิพากษาให้หย่ากัน เว้นแต่กฎหมายสัญชาติแห่งสามีและภริยาทั้งสองฝ่ายยอมให้หย่าได้ เหตุหย่า ให้เป็นไปตามกฎหมายแห่งถิ่นที่ยื่นฟ้องหย่า</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":35,"footnote_list":[]},{"id":"348835","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"28","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๒๘ การเพิกถอนการสมรส ให้เป็นไปตามกฎหมายซึ่งใช้บังคับแก่เงื่อนไขแห่งการสมรส อย่างไรก็ดี ความสำคัญผิด กลฉ้อฉล หรือการข่มขู่อันจะเป็นเหตุให้เพิกถอนการสมรส ให้เป็นไปตามกฎหมายแห่งถิ่นที่ได้กระทำการสมรส</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":36,"footnote_list":[]},{"id":"348836","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"29","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๒๙ การเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ ให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติแห่งสามีของมารดาในขณะที่บุตรนั้นเกิด ถ้าหากในขณะที่กล่าวนั้น สามีได้ถึงแก่ความตายเสียแล้ว ก็ให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของสามีในขณะที่ถึงแก่ความตาย ให้ใช้กฎหมายเช่นเดียวกันบังคับการฟ้องคดีไม่รับเด็กเป็นบุตร</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":37,"footnote_list":[]},{"id":"348837","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"30","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๓๐ สิทธิและหน้าที่ระหว่างบิดามารดากับบุตรชอบด้วยกฎหมาย ให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของบิดา ในกรณีที่เด็กเกิดจากหญิงที่มิได้มีการสมรสกับชาย สิทธิและหน้าที่ระหว่างมารดากับบุตร ให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของมารดา</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":38,"footnote_list":[]},{"id":"348838","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"31","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๓๑ การรับเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย ให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของบิดาในขณะที่รับเป็นบุตร ถ้าหากในขณะนั้นบิดาได้ถึงแก่ความตายเสียแล้ว ก็ให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของบิดาขณะที่ถึงแก่ความตาย</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":39,"footnote_list":[]},{"id":"348839","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"32","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๓๒ กรณีที่จะจัดผู้เยาว์ซึ่งไม่มีบิดามารดาใช้อำนาจปกครอง ให้อยู่ในความปกครองก็ดี หน้าที่และอำนาจของผู้ปกครองก็ดี กรณีที่ความปกครองสิ้นสุดลงก็ดี ให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของผู้เยาว์ แต่ในส่วนที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ อำนาจของผู้ปกครองที่จะจัดการกับทรัพย์สินเช่นว่านั้น</p><p>ให้เป็นไปตามกฎหมายแห่งถิ่นที่ทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่ ส่วนผู้เยาว์ซึ่งมีสัญชาติต่างประเทศ และมีภูมิลำเนาหรือถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย จะจัดให้อยู่ในความปกครองตามกฎหมายไทยก็ได้ ถ้าปรากฏจากพฤติการณ์แห่งกรณีว่า ตามองค์การและระเบียบจัดการแห่งความปกครองซึ่งบัญญัติไว้ในกฎหมายต่างประเทศนั้น</p><p>ไม่เป็นอันคุ้มครองประโยชน์ได้เสียของผู้เยาว์ให้เป็นผลตามสมควรได้</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":40,"footnote_list":[]},{"id":"348840","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"33","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๓๓ การถอนอำนาจปกครอง ให้เป็นไปตามกฎหมายของประเทศซึ่งศาลที่สั่งถอนอำนาจปกครองสังกัดอยู่</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":41,"footnote_list":[]},{"id":"348841","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"34","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๓๔ สิทธิที่จะฟ้องบุพการีเป็นคดีแพ่งหรือคดีอาญา ให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของผู้สืบสันดาน</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":42,"footnote_list":[]},{"id":"348842","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"35","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๓๕ ถ้าผู้รับบุตรบุญธรรม และบุตรบุญธรรมมีสัญชาติอันเดียวกัน การรับบุตรบุญธรรม ให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของบุคคลนั้น ๆ ถ้าผู้รับบุตรบุญธรรม และบุตรบุญธรรมมีสัญชาติแตกต่างกัน ความสามารถและเงื่อนไขแห่งการรับบุตรบุญธรรมให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของคู่กรณีแต่ละฝ่าย</p><p>แต่ผลแห่งการรับบุตรบุญธรรมระหว่างผู้รับบุตรบุญธรรมกับบุตรบุญธรรม ให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของผู้รับบุตรบุญธรรม สิทธิและหน้าที่ระหว่างบุตรบุญธรรมกับครอบครัวของตนตามกำเนิดนั้น ให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของบุตรบุญธรรม</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":43,"footnote_list":[]},{"id":"348843","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"36","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๓๖ หน้าที่อุปการะเลี้ยงดู ให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติของบุคคลซึ่งถูกเรียกร้องให้อุปการะเลี้ยงดู อย่างไรก็ดี บุคคลผู้มีสิทธิเรียกร้องค่าอุปการะเลี้ยงดูจะเรียกร้องเกินกว่าที่กฎหมายไทยอนุญาตไม่ได้</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":44,"footnote_list":[]},{"id":"348844","law_id":"11083","content_type":"ภาค","content_number":"6","content_name":"","content_desc":"<p>ภาค ๖ มรดก</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":45,"footnote_list":[]},{"id":"348845","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"37","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๓๗ มรดกเท่าที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ให้เป็นไปตามกฎหมายแห่งถิ่นที่ทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":46,"footnote_list":[]},{"id":"348846","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"38","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๓๘ ในส่วนที่เกี่ยวกับสังหาริมทรัพย์ มรดกโดยสิทธิโดยธรรม หรือโดยพินัยกรรม ให้เป็นไปตามกฎหมายภูมิลำเนาของเจ้ามรดกในขณะที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":47,"footnote_list":[]},{"id":"348847","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"39","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๓๙ ความสามารถของบุคคลที่จะทำพินัยกรรม ให้เป็นไปตามกฎหมายสัญชาติในขณะที่ทำพินัยกรรม</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":48,"footnote_list":[]},{"id":"348848","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"40","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๔๐ บุคคลจะทำพินัยกรรมตามแบบที่กฎหมายสัญชาติกำหนดไว้ก็ได้ หรือจะทำตามแบบที่กฎหมายของประเทศที่ทำพินัยกรรมกำหนดไว้ก็ได้</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":49,"footnote_list":[]},{"id":"348849","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"41","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๔๑ ผลและการตีความพินัยกรรมก็ดี ความเสียเปล่าแห่งพินัยกรรม หรือข้อกำหนดพินัยกรรมก็ดี ให้เป็นไปตามกฎหมายภูมิลำเนาของผู้ทำพินัยกรรมในขณะที่ผู้ทำพินัยกรรมถึงแก่ความตาย</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":50,"footnote_list":[]},{"id":"348850","law_id":"11083","content_type":"มาตรา","content_number":"42","content_name":"","content_desc":"<p>มาตรา ๔๒ การเพิกถอนพินัยกรรมหรือข้อกำหนดในพินัยกรรม ให้เป็นไปตามกฎหมายภูมิลำเนาของผู้ทำพินัยกรรมในขณะที่เพิกถอนพินัยกรรม การตกไปแห่งพินัยกรรมหรือข้อกำหนดในพินัยกรรมให้เป็นไปตามกฎหมายภูมิลำเนาของผู้ทำพินัยกรรมในขณะที่ถึงแก่ความตาย</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":51,"footnote_list":[]},{"id":"348851","law_id":"11083","content_type":"ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ","content_number":"","content_name":"","content_desc":"<p>ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี</p>","content_footnote":"","record_status":"A","seq":52,"footnote_list":[]}],"content_files":[{"id":"40359","id_relate":"11083","table_name":"phase2_tran_files","file_path":"https://dga-backoffice-upload.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/20261001125442774_78dabb7f9489.pdf","record_status":"A","created_date":"2026-10-01T05:54:42.000Z","created_user":"JaneNanta","updated_date":"2026-10-01T05:54:42.000Z","updated_user":"JaneNanta","type":"dga","group":null,"file_name":"รายงานการประเมินผลสัมฤทธิ์ของ พรบ.ว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย 2481.pdf","seq":0,"description":""},{"id":"26559","id_relate":"11083","table_name":"phase2_tran_files","file_path":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/pdfKTB/ว0006 พรบ 2481--1021.pdf","record_status":"A","created_date":"2023-03-10T00:48:04.000Z","created_user":"","updated_date":"2023-03-10T00:48:04.000Z","updated_user":"","type":"content","group":null,"file_name":"ว0006 พรบ 2481--1021.pdf","seq":0,"description":""},{"id":"40360","id_relate":"11083","table_name":"phase2_tran_files","file_path":"https://dga-backoffice-upload.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/20261001125442893_e38745882801.pdf","record_status":"A","created_date":"2026-10-01T05:54:42.000Z","created_user":"JaneNanta","updated_date":"2026-10-01T05:54:42.000Z","updated_user":"JaneNanta","type":"dga","group":null,"file_name":"รายงานสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นของ พรบ.ว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย 2481.pdf","seq":1,"description":""}],"law_relate":[],"surveys":[{"question_count":"1","date_balance":-364,"project_ref_id":null,"project_ref_name":null,"survey_type_name":"ประเมินผลสัมฤทธิ์","project_name":"การประเมินผลสัมฤทธิ์ของพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พุทธศักราช 2481","is_webboard":0,"survey_status":"A","survey_id":"5918","project_id":4638,"law_group_id":"33,42,7,9,15,6,20,27,30","survey_name":"การประเมินผลสัมฤทธิ์ของพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พุทธศักราช 2481","survey_type_id":3,"survey_status_id":1,"public_status":"P","duration_day":17,"start_date":"2025-09-30T17:00:00.000Z","end_date":"2025-10-16T17:00:00.000Z","based_on":null,"content_problem":"<p>การกำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาคดีที่มีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับต่างประเทศ</p><p>เมื่อศาลในประเทศไทยต้องพิจารณาคดีที่มีคู่ความหรือทรัพย์สินอยู่นอกประเทศไทย กฎหมายว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมายจะช่วยกำหนดว่าจะใช้กฎหมายของประเทศใดในการตัดสินคดีนั้น และสร้างความเป็นธรรมให้กับคู่กรณี โดยการใช้กฎหมายที่เหมาะสมและเกี่ยวข้องกับข้อเท็จจริงของคดีนั้น ๆ</p><p>เพื่อป้องกันความได้เปรียบเสียเปรียบที่อาจเกิดขึ้นจากการเลือกใช้กฎหมายที่ไม่ถูกต้อง ตลอดจนส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในการบังคับใช้กฎหมายและแก้ไขปัญหาทางกฎหมายระหว่างประเทศให้มีความเป็นสากลมากขึ้น</p>","content_desc":"<p>พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พุทธศักราช 2481 มีหลักเกณฑ์ที่จะนำไปสู่การใช้กฎหมายต่างประเทศ ดังนี้</p><p>(1) กรณีเกี่ยวกับบุคคลในเรื่องสถานภาพ ความสามารถในการทำนิติกรรม ความสัมพันธ์</p><p>ในเรื่องครอบครัว พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พุทธศักราช 2481 ใช้กฎหมายสัญชาติของบุคคล</p><p>(2) กรณีที่เกี่ยวกับนิติกรรมในเรื่องสาระสำคัญหรือผลของสัญญา พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พุทธศักราช 2481 ใช้กฎหมายที่คู่กรณีมีเจตนาเลือกใช้กฎหมายสัญชาติ กฎหมายแห่งถิ่นที่สัญญาได้ทำขึ้น กฎหมายแห่งถิ่นที่คำบอกกล่าวสนองไปถึงผู้เสนอ หรือกฎหมายแห่งถิ่นที่จะพึงปฏิบัติตามสัญญา</p><p>(3) กรณีที่เกี่ยวกับมรดก ซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พุทธศักราช 2481 ใช้กฎหมายแห่งถิ่นที่ทรัพย์นั้นตั้งอยู่ สำหรับกรณีสังหาริมทรัพย์ใช้กฎหมายภูมิลำเนาหรือกฎหมายของประเทศที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาอยู่ในขณะถึงแก่ความตาย</p><p><br></p><p>ในส่วนที่เกี่ยวกับความหมายของ “กฎหมายต่างประเทศ” นั้น มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พุทธศักราช 2481 บัญญัติว่า “ถ้าจะต้องใช้กฎหมายต่างประเทศบังคับและตามกฎหมายต่างประเทศนั้น กฎหมายที่จะใช้บังคับได้แก่กฎหมายแห่งประเทศไทย ให้ใช้กฎหมายภายในแห่งประเทศไทยบังคับ มิใช่กฎเกณฑ์แห่งกฎหมายไทยว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย” แสดงว่า กฎหมายต่างประเทศไม่ใช่กฎหมายแพ่งสารบัญญัติของต่างประเทศที่ใช้กับเรื่องนั้น ๆ แต่เป็นได้ตามกรณี ดังต่อไปนี้</p><p>1) ถ้าตามกฎหมายขัดกันของประเทศนั้น กฎหมายที่จะใช้บังคับ ได้แก่ กฎหมายของประเทศนั้นเองแล้ว กฎหมายที่จะยกขึ้นปรับคดีก็คือ กฎหมายภายในของประเทศนั้นเอง</p><p>2) ถ้าตามกฎหมายขัดกันของประเทศนั้น กฎหมายที่จะใช้บังคับ ได้แก่ กฎหมายไทย กฎหมายที่จะยกขึ้นปรับคดีก็คือ กฎหมายภายในของไทย</p><p>3) ถ้าตามกฎหมายขัดกันของประเทศนั้น กฎหมายที่จะใช้บังคับ ได้แก่ กฎหมายของประเทศที่สาม ศาลไทยก็ต้องย้อนส่งต่อไปพิจารณากฎหมายของประเทศที่สาม ส่วนกฎหมายของประเทศที่สามจะเป็นกฎหมายภายในหรือกฎหมายขัดกันก็สุดแล้วแต่ว่าหลักกฎหมายขัดกันของประเทศที่สองจะถืออย่างใด</p><p><br></p><p>การใช้กฎหมายต่างประเทศมีข้อจำกัดในกรณีที่ต้องไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประเทศไทย ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พุทธศักราช 2481 มาตรา 5 และต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดเฉพาะเรื่องตามที่บัญญัติไว้ในมาตราต่าง ๆ ของพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พุทธศักราช 2481 กล่าวคือ การใช้กฎหมายต่างประเทศ</p><p>จะใช้ได้เฉพาะเท่าที่สอดคล้องกับกฎหมายภายในของประเทศไทย เช่น เหตุที่จะสั่งให้คนต่างด้าวอยู่ในความอนุบาลหรือความพิทักษ์ การกระทำอันเป็นการละเมิด การเรียกค่าสินไหมทดแทนหรือทางแก้อันเนื่องจากการกระทำละเมิด และการเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู</p><p><br></p><p>นอกจากนี้ การใช้กฎหมายต่างประเทศในศาลประเทศไทยนี้ มาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พุทธศักราช 2481 บัญญัติว่า “ในกรณีที่จะต้องใช้กฎหมายต่างประเทศบังคับ ถ้ามิได้พิสูจน์กฎหมายนั้นให้เป็นที่พอใจแก่ศาล ให้ใช้กฎหมายภายในแห่งประเทศไทย” แสดงว่าคู่ความฝ่ายที่กล่าวอ้างการใช้กฎหมายต่างประเทศ มีหน้าที่ต้องพิสูจน์กฎหมายนั้น</p><p>ให้เป็นที่พอใจแก่ศาล ถ้าพิสูจน์ให้เป็นที่พอใจแก่ศาลไม่ได้ ศาลในประเทศไทยจะใช้กฎหมายภายในของประเทศไทยบังคับ</p><p><br></p><p>การพิสูจน์กฎหมายให้เป็นที่พอใจแก่ศาล ทำให้เกิดปัญหาการใช้กฎหมายต่างประเทศในศาลประเทศไทยหลายประการ เช่น การกล่าวอ้างกฎหมายต่างประเทศ มีข้อสงสัยว่าผู้ใดเป็นผู้มีสิทธิกล่าวอ้าง กล่าวอ้างเวลาใด และกล่าวอ้างด้วยวิธีการใด การพิสูจน์กฎหมายต่างประเทศจะใช้พยานหลักฐานใดพิสูจน์ ผู้ใดมีหน้าที่นำสืบและต้องพิสูจน์ถึงระดับใดจึงจะเป็นที่พอใจแก่ศาล และศาลในประเทศไทยจะตีความกฎหมายต่างประเทศที่มีความหมายคลุมเครือโดยวิธีการอย่างใด อีกทั้งประมวลกฎหมาย</p><p>วิธีพิจารณาความของประเทศไทยไม่ได้บัญญัติในเรื่องดังกล่าวไว้แต่อย่างใด</p>","content_affected":"<p>ไม่มีข้อมูล</p>","content_necessity":"<p><strong>พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พุทธศักราช 2481 มีหลักเกณฑ์ที่จะนำไปสู่การใช้กฎหมายต่างประเทศ ดังนี้</strong></p><p>(1) กรณีเกี่ยวกับบุคคลในเรื่องสถานภาพ ความสามารถในการทำนิติกรรม ความสัมพันธ์</p><p>ในเรื่องครอบครัว พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พุทธศักราช 2481 ใช้กฎหมายสัญชาติของบุคคล</p><p>(2) กรณีที่เกี่ยวกับนิติกรรมในเรื่องสาระสำคัญหรือผลของสัญญา พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พุทธศักราช 2481 ใช้กฎหมายที่คู่กรณีมีเจตนาเลือกใช้กฎหมายสัญชาติ กฎหมายแห่งถิ่นที่สัญญาได้ทำขึ้น กฎหมายแห่งถิ่นที่คำบอกกล่าวสนองไปถึงผู้เสนอ หรือกฎหมายแห่งถิ่นที่จะพึงปฏิบัติตามสัญญา</p><p>(3) กรณีที่เกี่ยวกับมรดก ซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พุทธศักราช 2481 ใช้กฎหมายแห่งถิ่นที่ทรัพย์นั้นตั้งอยู่ สำหรับกรณีสังหาริมทรัพย์ใช้กฎหมายภูมิลำเนาหรือกฎหมายของประเทศที่เจ้ามรดกมีภูมิลำเนาอยู่ในขณะถึงแก่ความตาย</p><p><br></p><p>ในส่วนที่เกี่ยวกับความหมายของ “กฎหมายต่างประเทศ” นั้น มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พุทธศักราช 2481 บัญญัติว่า “ถ้าจะต้องใช้กฎหมายต่างประเทศบังคับและตามกฎหมายต่างประเทศนั้น กฎหมายที่จะใช้บังคับได้แก่กฎหมายแห่งประเทศไทย ให้ใช้กฎหมายภายในแห่งประเทศไทยบังคับ มิใช่กฎเกณฑ์แห่งกฎหมายไทยว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย” แสดงว่า กฎหมายต่างประเทศไม่ใช่กฎหมายแพ่งสารบัญญัติของต่างประเทศที่ใช้กับเรื่องนั้น ๆ แต่เป็นได้ตามกรณี ดังต่อไปนี้</p><p>1) ถ้าตามกฎหมายขัดกันของประเทศนั้น กฎหมายที่จะใช้บังคับ ได้แก่ กฎหมายของประเทศนั้นเองแล้ว กฎหมายที่จะยกขึ้นปรับคดีก็คือ กฎหมายภายในของประเทศนั้นเอง</p><p>2) ถ้าตามกฎหมายขัดกันของประเทศนั้น กฎหมายที่จะใช้บังคับ ได้แก่ กฎหมายไทย กฎหมายที่จะยกขึ้นปรับคดีก็คือ กฎหมายภายในของไทย</p><p>3) ถ้าตามกฎหมายขัดกันของประเทศนั้น กฎหมายที่จะใช้บังคับ ได้แก่ กฎหมายของประเทศที่สาม ศาลไทยก็ต้องย้อนส่งต่อไปพิจารณากฎหมายของประเทศที่สาม ส่วนกฎหมายของประเทศที่สามจะเป็นกฎหมายภายในหรือกฎหมายขัดกันก็สุดแล้วแต่ว่าหลักกฎหมายขัดกันของประเทศที่สองจะถืออย่างใด</p><p><br></p><p>การใช้กฎหมายต่างประเทศมีข้อจำกัดในกรณีที่ต้องไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประเทศไทย ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พุทธศักราช 2481 มาตรา 5 และต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดเฉพาะเรื่องตามที่บัญญัติไว้ในมาตราต่าง ๆ ของพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พุทธศักราช 2481 กล่าวคือ การใช้กฎหมายต่างประเทศ</p><p>จะใช้ได้เฉพาะเท่าที่สอดคล้องกับกฎหมายภายในของประเทศไทย เช่น เหตุที่จะสั่งให้คนต่างด้าวอยู่ในความอนุบาลหรือความพิทักษ์ การกระทำอันเป็นการละเมิด การเรียกค่าสินไหมทดแทนหรือทางแก้อันเนื่องจากการกระทำละเมิด และการเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดู</p><p><br></p><p>นอกจากนี้ การใช้กฎหมายต่างประเทศในศาลประเทศไทยนี้ มาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พุทธศักราช 2481 บัญญัติว่า “ในกรณีที่จะต้องใช้กฎหมายต่างประเทศบังคับ ถ้ามิได้พิสูจน์กฎหมายนั้นให้เป็นที่พอใจแก่ศาล ให้ใช้กฎหมายภายในแห่งประเทศไทย” แสดงว่าคู่ความฝ่ายที่กล่าวอ้างการใช้กฎหมายต่างประเทศ มีหน้าที่ต้องพิสูจน์กฎหมายนั้น</p><p>ให้เป็นที่พอใจแก่ศาล ถ้าพิสูจน์ให้เป็นที่พอใจแก่ศาลไม่ได้ ศาลในประเทศไทยจะใช้กฎหมายภายในของประเทศไทยบังคับ</p><p><br></p><p>การพิสูจน์กฎหมายให้เป็นที่พอใจแก่ศาล ทำให้เกิดปัญหาการใช้กฎหมายต่างประเทศในศาลประเทศไทยหลายประการ เช่น การกล่าวอ้างกฎหมายต่างประเทศ มีข้อสงสัยว่าผู้ใดเป็นผู้มีสิทธิกล่าวอ้าง กล่าวอ้างเวลาใด และกล่าวอ้างด้วยวิธีการใด การพิสูจน์กฎหมายต่างประเทศจะใช้พยานหลักฐานใดพิสูจน์ ผู้ใดมีหน้าที่นำสืบและต้องพิสูจน์ถึงระดับใดจึงจะเป็นที่พอใจแก่ศาล และศาลในประเทศไทยจะตีความกฎหมายต่างประเทศที่มีความหมายคลุมเครือโดยวิธีการอย่างใด อีกทั้งประมวลกฎหมาย</p><p>วิธีพิจารณาความของประเทศไทยไม่ได้บัญญัติในเรื่องดังกล่าวไว้แต่อย่างใด</p><p><br></p><p><strong>ปัญหาและอุปสรรคในการบังคับใช้กฎหมาย (เท่าที่รวบรวมได้ในเบื้องต้น)</strong></p><p>(1) กฎหมายบางมาตราไม่สอดคล้องกับบริบทโลกในปัจจุบัน เช่น กฎหมายเกี่ยวกับสัญญาระหว่างประเทศหรือการสมรสของบุคคลที่มีเพศเดียวกัน</p><p>(2) การที่กฎหมายของประเทศไทยไม่ยอมรับกฎหมายต่างประเทศที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประเทศไทย</p><p>(3) กฎหมายขัดกันของประเทศไทย คู่ความมีภาระในการพิสูจน์กฎหมายต่างประเทศ</p><p>ที่เกี่ยวข้อง หากคู่ความไม่สามารถพิสูจน์ได้ ศาลจะใช้กฎหมายของประเทศไทยแทน ซึ่งอาจนำไปสู่การใช้กฎหมายที่ไม่เหมาะสมกับข้อเท็จจริงของคดี และอาจทำให้คดีไม่ได้รับความเป็นธรรมเท่าที่ควร อีกทั้งการสืบและพิสูจน์กฎหมายต่างประเทศในศาลเป็นเรื่องยากและซับซ้อน</p><p>(4) ความพร้อมในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีที่มีลักษณะระหว่างประเทศ</p><p>ทั้งในด้านความรู้ความเชี่ยวชาญของบุคลากร ด้านเครื่องมือ และกระบวนการต่างๆ ที่ใช้ในการพิจารณาคดี</p><p>(5) การตีความและใช้ดุลพินิจของศาลในบางกรณีที่ยังไม่มีแนวคำพิพากษาที่ชัดเจน</p>","access_right":null,"record_status":"A","created_user":"1709901084506","created_date":"2025-10-01T03:21:06.000Z","updated_user":"JaneNanta","updated_date":"2026-10-01T06:29:05.000Z","isconclude":"P","conclude_title":"การประเมินผลสัมฤทธิ์ของพระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พุทธศักราช 2481","conclude_desc":"<p>รายงานการประเมินผลสัมฤทธิ์ของ พ.ร.บ. ว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พุทธศักราช 2481</p>","highlight":"","conclusion":null,"conclusion_link":null,"ismute":"0","isautoplay":"1","state_agency_id":274,"is_coming":null,"coming_desc":null,"coming_color":null,"seq":1,"content_related":"<p>1.ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม</p><p>2.หน่วยงานภาครัฐ</p><p>3.หน่วยงานภาคเอกชน</p><p>4.ประชาชนทั่วไป</p><p>5.ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด</p><p>6.สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา</p><p>7.กระทรวงยุติธรรม</p><p>8.กระทรวงพาณิชย์</p><p>9.กระทรวงการต่างประเทศ</p><p>10.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์</p><p>11.จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย</p><p>12.สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์</p><p>13.บริษัท ติลลิกีแอนด์กิบบินส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด</p><p>14.บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ จำกัด</p><p>15.บริษัท วัตสัน ฟาร์ลี แอนด์ วิลเลียมส์ (ไทยแลนด์) จำกัด</p><p>16.บริษัท เฮอร์เบิร์ธ สมิธ ฟรีฮิลส์ เครเมอร์ (ประเทศไทย) จำกัด</p><p>17.\tบริษัท ดีแอลเอ ไปเปอร์ (ประเทศไทย) จำกัด</p>","content_stat":"<p>ไม่มีข้อมูล</p>","content_analyze":"<p>พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พุทธศักราช 2481 เป็นกฎหมาย</p><p>ที่วางหลักเกณฑ์ว่าจะใช้กฎหมายของประเทศใดมาบังคับแก่คดีที่มีข้อเท็จจริงเกี่ยวพันกับต่างประเทศในทางใดทางหนึ่ง กฎหมายว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมายมิใช่บทบัญญัติของกฎหมายที่จะนำไปใช้ปรับแก่คดีให้แพ้หรือชนะไปได้โดยตรง หากแต่เป็นเครื่องมือของผู้ใช้กฎหมายที่จะใช้ค้นหากฎหมายที่จะนำมาปรับแก่คดีนั้น ๆ ได้ถูกต้อง</p><p><br></p><p>พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พุทธศักราช 2481 จึงเป็นเครื่องมือให้ศาลในประเทศไทยนำกฎหมายต่างประเทศมาใช้บังคับกับนิติสัมพันธ์ของเอกชนที่มีลักษณะระหว่างประเทศ แต่อย่างไรก็ตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยการขัดกันแห่งกฎหมาย พุทธศักราช 2481 มิได้ระบุไว้โดยตรงว่าให้ใช้กฎหมายต่างประเทศหรือกฎหมายของประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่บัญญัติไว้ว่า นิติสัมพันธ์ของเอกชนหรือความสัมพันธ์ในทางแพ่งเรื่องใดจะใช้กฎหมายใด ได้แก่ กฎหมายสัญชาติ กฎหมายภูมิลำเนา กฎหมายแห่งถิ่นที่คำบอกกล่าวสนองไปถึงผู้เสนอ กฎหมายแห่งถิ่นที่จะพึงปฏิบัติตามสัญญา กฎหมายแห่งประเทศที่ทำการสมรส กฎหมายซึ่งใช้บังคับกับเงื่อนไขแห่งการสมรส กฎหมายของประเทศที่ทำพินัยกรรม ซึ่งกฎหมายในข้างต้นจะนำไปสู่การใช้กฎหมายต่างประเทศ</p>","content_decency":"<p>ไม่มีข้อมูล</p>","content_other":"<p>ไม่มีข้อมูล</p>","conclude_file":null,"conclude_reason":null,"publish_no":1,"short_survey_name":"การประเมินผลสัมฤทธิ์ของ พ.ร.บ. การขัดกันแห่งกฎหมาย พุทธศักราช 2481","short_description":"","tags":"สำนักงานศาลยุติธรรม","affected_person":"ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม,หน่วยงานภาครัฐ,หน่วยงานภาคเอกชน,ประชาชนทั่วไป,ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด,สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา,กระทรวงยุติธรรม,กระทรวงพาณิชย์,กระทรวงการต่างประเทศ,มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์,จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์,บริษัท ติลลิกีแอนด์กิบบินส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด,บริษัท เบเคอร์ แอนด์ แม็คเค็นซี่ จำกัด,บริษัท วัตสัน ฟาร์ลี แอนด์ วิลเลียมส์ (ไทยแลนด์) จำกัด,บริษัท เฮอร์เบิร์ธ สมิธ ฟรีฮิลส์ เครเมอร์ (ประเทศไทย) จำกัด,บริษัท ดีแอลเอ ไปเปอร์ (ประเทศไทย) จำกัด","thumbnail":"","stackholders":null,"stackholders_agency":"403,90,269,24,451,426,414","conclude_updated_date":null,"m19_content":"","m19_file":"","short_project_name":"การประเมินผลสัมฤทธิ์ของ พ.ร.บ. การขัดกันแห่งกฎหมาย พุทธศักราช 2481","law_id":11083,"view_count":434,"agency_short":"ศย","agency_image_uploaded":"https://kprc75t6q3.execute-api.ap-southeast-7.amazonaws.com/prod/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2025-10-01-10:21:06_18.png","hirachy_of_law_id":"1","table_of_law_id":"8695","qrcode":"data:image/png;base64,iVBORw0KGgoAAAANSUhEUgAAALQAAAC0CAYAAAA9zQYyAAAAAklEQVR4AewaftIAAAdySURBVO3BQW4kRxDAQLKg/3+Z3mOeGmjMaG0XMsL+YK1LHNa6yGGtixzWushhrYsc1rrIYa2LHNa6yGGtixzWushhrYsc1rrIYa2LHNa6yGGtixzWusgPH1L5myomlTcqnqg8qXii8k0Vk8pU8YbKVPFE5W+q+MRhrYsc1rrIYa2L/PBlFd+k8kbFpDKpPKmYVN6oeKIyVUwqTyomlaniN1V8k8o3Hda6yGGtixzWusgPv0zljYpvqphUpoo3VKaKJypPVN5QeaIyVfwmlTcqftNhrYsc1rrIYa2L/PA/V/FE5YnKVDFVPFF5UjGpTBWTyhsVk8qTikllqvg/O6x1kcNaFzmsdZEf/udUvknljYonKp9QmSqeVEwqU8VUcZPDWhc5rHWRw1oX+eGXVfymik+ovFExqUwVU8UTlaliUplUpop/U8V/yWGtixzWushhrYv88GUqf5PKVDGpTBVPKiaVT6hMFZ+omFSmijdUpoonKv9lh7UucljrIoe1LvLDhyr+TRWTylTxmyomlScqU8WTik9UTCpvVPyfHNa6yGGtixzWuoj9wQdUpoonKv+miicqU8U3qbxRMan8TRVPVKaKSeWNik8c1rrIYa2LHNa6yA8fqphUnlQ8UZkqnqi8oTJVfEJlqphU3qh4UvGGylTxROWJyhOVqWJSmSq+6bDWRQ5rXeSw1kXsDz6gMlVMKm9UTCpvVEwqn6iYVD5R8UTlmyo+ofKk4onKVDGpTBWfOKx1kcNaFzmsdRH7gw+oTBVvqDyp+CaVJxWTylQxqTyp+ITKk4onKm9UvKHyTRWfOKx1kcNaFzmsdRH7gy9SeVLxROWbKp6oTBVPVKaKN1SeVLyhMlU8UZkqnqhMFU9UpoonKlPFJw5rXeSw1kUOa13khw+pPKmYVN6oeENlUpkqpopJZap4ojJVTCpTxSdUpoonKk9UnlQ8UXlD5Tcd1rrIYa2LHNa6yA9/WcUbKjdRmSomlaliqphUpoqpYlKZKn6Tyt90WOsih7UucljrIvYHv0jlScWkMlVMKlPFE5U3KiaVNyq+SWWq+CaVqWJSeVIxqXyi4hOHtS5yWOsih7UuYn/wAZWpYlKZKiaVNyomlaniicpU8YbKVDGpPKl4Q2WqmFSmiknlmyreUHlS8U2HtS5yWOsih7UuYn/wAZUnFW+oTBW/SWWq+JtUpopJZap4ovKkYlJ5UjGpTBX/JYe1LnJY6yKHtS5if/BFKk8qJpWpYlKZKiaVNyomlScVT1Q+UTGpTBWTypOKJypPKiaVNyomlaliUpkqPnFY6yKHtS5yWOsi9gf/ISpTxaQyVXyTyicq3lCZKiaVT1RMKlPFpDJVPFF5UvFEZar4xGGtixzWushhrYvYH3xA5UnFJ1TeqHhDZar4hMpU8ZtUpoo3VH5Txd90WOsih7UucljrIj/8ZSpPKqaKSeWJypOKJypvVDxRmSqeqLxR8UTlScWkMlU8UZkqJpUnFd90WOsih7UucljrIvYHX6TypOINlaliUpkqvknljYpPqLxR8YbKVDGpvFExqUwVT1Smik8c1rrIYa2LHNa6yA8fUnlDZaqYVKaKSeWbVKaKqeITKm9UTCpTxScqvknlicpU8ZsOa13ksNZFDmtd5IdfVvFEZaqYVN5QmSq+SWWqmFSmiknlicpU8YbKk4onFZPKVDGpTBX/psNaFzmsdZHDWhf54T9GZap4ovJE5UnFpDJVTBVvqEwVT1QmlaniScWk8obKJ1SmiicV33RY6yKHtS5yWOsi9gcfUPlExaTyRsUTlScVb6hMFW+oTBWfUJkqJpWpYlL5L6n4xGGtixzWushhrYv88GUVT1TeqJhUJpUnFW+oTBVTxaQyVUwqU8UbKk8q3lCZKiaVqWJSmSqeqEwVk8o3Hda6yGGtixzWusgPv0xlqphUpopJZap4Q+VJxRsq36QyVbyh8qRiUplUnqg8UZkq/k2HtS5yWOsih7Uu8sOHKp5UPKl4UvFE5Y2Kb6qYVKaKSeUTFZPKE5WpYlKZKt5QeUNlqvimw1oXOax1kcNaF/nhQyp/U8UbFU9UfpPKN6k8qfgmlanijYonKlPFJw5rXeSw1kUOa13khy+r+CaVNyreqJhUPlHxTRVPVCaVb6r4TRXfdFjrIoe1LnJY6yI//DKVNyq+SeVJxROVJypTxaQyVUwqTyomlScVk8obKr9J5UnFJw5rXeSw1kUOa13kh8uoTBWTyqTypOINlaniScWkMqk8qXij4g2VqeKJylTxpOKbDmtd5LDWRQ5rXeSH/7mKSeVJxRsqU8WTijdUnlRMKpPKVDFVPFF5UvFEZap4Q2Wq+MRhrYsc1rrIYa2L/PDLKm6iMlVMKlPFpPKk4o2Kb6qYVKaKJyr/psNaFzmsdZHDWhf54ctU/iaVqeKJypOKqeKNir9JZar4hMoTlaliUnlSMal802GtixzWushhrYvYH6x1icNaFzmsdZHDWhc5rHWRw1oXOax1kcNaFzmsdZHDWhc5rHWRw1oXOax1kcNaFzmsdZHDWhf5B1i92HmrKgAfAAAAAElFTkSuQmCC","remark_warning":null,"answer_count":6,"delete_reason":null,"created_agency_id":0,"agency_id":274,"agency_name":"สำนักงานศาลยุติธรรม","agency_abbrv":"ศย","agency_code":"0771990800000","ministry_id":23,"agency_image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/logo%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1.png","is_like":false}]}],"virtues":[],"law_group":[{"lawgroup_id":33,"lawgroup_name":"สัญชาติ","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-16%3A09%3A44___0_35_%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4.png"},{"lawgroup_id":36,"lawgroup_name":"อาวุธ","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-16%3A10%3A08___0_36_%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%B8%E0%B8%98.png"},{"lawgroup_id":37,"lawgroup_name":"อุตสาหกรรม","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-16%3A10%3A17___0_37_%E0%B8%AD%E0%B8%B8%E0%B8%95%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1.png"},{"lawgroup_id":38,"lawgroup_name":"เกษตร และสหกรณ์","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-16%3A10%3A25___0_38_%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%AA%E0%B8%AB%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C.png"},{"lawgroup_id":42,"lawgroup_name":"แรงงาน","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-16%3A11%3A08___0_42_%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99.png"},{"lawgroup_id":7,"lawgroup_name":"ครอบครัว และมรดก","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-15%3A59%3A47___0_07_%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%81.png"},{"lawgroup_id":9,"lawgroup_name":"ความเท่าเทียมระหว่างเพศ","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-16%3A00%3A07___0_09_%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%A8.png"},{"lawgroup_id":15,"lawgroup_name":"ที่ดิน","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-16%3A01%3A42___0_15_%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99.png"},{"lawgroup_id":19,"lawgroup_name":"ธนาคาร สถาบันการเงิน และตลาดหลักทรัพย์","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-16%3A02%3A22___0_19_%E0%B8%98%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%96%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99.png"},{"lawgroup_id":25,"lawgroup_name":"วิชาชีพ","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-16%3A04%3A27___0_25_%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%8A%E0%B8%B5%E0%B8%9E.png"},{"lawgroup_id":31,"lawgroup_name":"สมาคมและมูลนิธิ","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-16%3A09%3A12___0_31_%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%A1%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5.png"},{"lawgroup_id":34,"lawgroup_name":"สาธารณสุข","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-16%3A09%3A53_34_%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82.png"},{"lawgroup_id":35,"lawgroup_name":"องค์การระหว่างประเทศ","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-16%3A10%3A01___0_06_%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%84%E0%B9%8C%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8.png"},{"lawgroup_id":39,"lawgroup_name":"เครื่องราชอิสริยาภรณ์","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-16%3A10%3A33_39_medal.png"},{"lawgroup_id":5,"lawgroup_name":"คณะกรรมการกฤษฏีกา","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-15%3A59%3A38___0_05_%E0%B8%84%E0%B8%93%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%A9%E0%B8%8E%E0%B8%B5%E0%B8%81%E0%B8%B2.png"},{"lawgroup_id":8,"lawgroup_name":"ความมั่นคง และการรักษาความสงบเรียบร้อย","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-16%3A00%3A00___0_08_%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%87.png"},{"lawgroup_id":6,"lawgroup_name":"คนต่างด้าว","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-16%3A00%3A19_33_%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7.png"},{"lawgroup_id":11,"lawgroup_name":"คุ้มครองสัตว์","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-16%3A01%3A00_11_%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A7%E0%B9%8C.png"},{"lawgroup_id":12,"lawgroup_name":"จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-16%3A01%3A12_12_%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%8B%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90.png"},{"lawgroup_id":13,"lawgroup_name":"ทรัพยากรธรรมชาติ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-16%3A01%3A22_13_%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4%20%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99.png"},{"lawgroup_id":14,"lawgroup_name":"ทรัพย์สินทางปัญญา","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-16%3A01%3A31_14_%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2.png"},{"lawgroup_id":16,"lawgroup_name":"ที่อยู่อาศัย และการพัฒนาเมือง","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-16%3A01%3A52___0_16_%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B1%E0%B8%A2.png"},{"lawgroup_id":17,"lawgroup_name":"ทุจริต และประพฤติมิชอบ","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-16%3A02%3A04___0_17_%E0%B8%97%E0%B8%B8%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B8%9A.png"},{"lawgroup_id":18,"lawgroup_name":"ธง ตราแผ่นดิน และเครื่องหมายราชการ","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-16%3A02%3A13___0_18_%E0%B8%98%E0%B8%87%20%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%99.png"},{"lawgroup_id":20,"lawgroup_name":"ธุรกิจ และพาณิชยกรรม","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-16%3A02%3A30_20_%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B8%A3%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1.png"},{"lawgroup_id":21,"lawgroup_name":"พนัน","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-16%3A03%3A50_21_%E0%B8%9E%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%99.png"},{"lawgroup_id":22,"lawgroup_name":"ภาษีอากร และค่าธรรมเนียม","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-16%3A04%3A00_22_%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B5%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%A3.png"},{"lawgroup_id":23,"lawgroup_name":"รัฐวิสาหกิจ","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-16%3A04%3A08_23_%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%90%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%81%E0%B8%B4%E0%B8%88.png"},{"lawgroup_id":26,"lawgroup_name":"วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-16%3A04%3A35_26_%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%B5.png"},{"lawgroup_id":27,"lawgroup_name":"ศาล และกระบวนการยุติธรรม","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-16%3A04%3A43_27_%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%A5.png"},{"lawgroup_id":28,"lawgroup_name":"ศาสนา","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-16%3A04%3A52_28_%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%B2.png"},{"lawgroup_id":29,"lawgroup_name":"ศึกษา","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-16%3A04%3A59_29_%E0%B8%A8%E0%B8%B6%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B2.png"},{"lawgroup_id":32,"lawgroup_name":"สวัสดิการสังคม","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-16%3A09%3A23_32_%E0%B8%AA%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3.png"},{"lawgroup_id":40,"lawgroup_name":"เครื่องแบบ เสื้อครุย","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-16%3A10%3A39___0_40_%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%A2.png"},{"lawgroup_id":41,"lawgroup_name":"เอกสิทธิ์และความคุ้มกัน","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-16%3A11%3A01_41_%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B9%8C%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99.png"},{"lawgroup_id":1,"lawgroup_name":"กษัตริย์","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/01_%E0%B8%81%E0%B8%A9%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%A2%E0%B9%8C.png"},{"lawgroup_id":2,"lawgroup_name":"การเงิน การคลัง และวิธีการงบประมาณ","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-15%3A45%3A26_02_%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%20%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87.png"},{"lawgroup_id":3,"lawgroup_name":"การเมืองการปกครอง","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-15%3A59%3A15_03_%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%81%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87.png"},{"lawgroup_id":4,"lawgroup_name":"ขนส่งและคมนาคม","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-15%3A59%3A29___0_04_%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%87%20%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1.png"},{"lawgroup_id":10,"lawgroup_name":"คุ้มครองผู้บริโภค","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-16%3A00%3A13___0_10_%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B9%89%E0%B8%A1%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B9%82%E0%B8%A0%E0%B8%84.png"},{"lawgroup_id":24,"lawgroup_name":"วัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-16%3A04%3A15_24_%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%92%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%20%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B8%AC%E0%B8%B2%20%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7.png"},{"lawgroup_id":30,"lawgroup_name":"สนธิสัญญา และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-16%3A05%3A08_30_%E0%B8%AA%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B4%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%8D%E0%B8%8D%E0%B8%B2%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B9%8C%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8.png"},{"lawgroup_id":43,"lawgroup_name":"โทรคมนาคม และการสื่อสาร","record_status":"A","createuser":null,"createdate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","updateuser":null,"updatedate":"2020-10-14T11:00:00.000Z","image":"https://apig.law.go.th/dga-backoffice-api/dga-storage/uploads/2022-04-05-16%3A11%3A16_43_%E0%B9%82%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%A1.png"}]}